Make your own free website on Tripod.com

Name : Seated Sakyamuni Buddha

 

Name : Seated Sakyamuni Buddha

  ชื่อ พระพุทธรูปนั่ง  
  Material :Bronze H 35" w21"   วัสดุ สัมฤทธิ์ สูง 35 นิ้ว หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว  
  Style : Early Lanna Changsan Sing1   สมัย ไทยศิลปแบบเชียงแสน สิงห์หนึ่ง  
  Age  14 th - 15 th Century   อายุ พุทธศตวรรษที่ 19 - 20  
  Owner DiscoveryThailand .co.th   เจ้าของ ดิสคอฟเวอร์รี่ไทยแลนด์  
         
  Price 950,000   Price 950,000  
         

 

 

 

 

 

พระพุทธรูปในประเทศไทย

        ความเป็นมาในการสร้างพระพุทธรูปเพื่อบูชาตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนนั้นเริ่มมาตั้งแต่ พุทธศตวรรที่ 6 หรือ 600 ปีหลังจากที่พระพุทธโคดมได้สวรรคต   ได้มีการสร้างรูปเคารพขึ้นที่แคว้นคันธาราช รูปแบบศิลปนั้นยากนักที่จะอธิบายเพราะมีน้อยและจับลักษณะไม่ได้ ( เดิมจริงๆนั้นรูปเคารพที่ใช้แทนตัวพระพุทธองค์มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรที่ 2 คือใช้เป็นรูปสิงห์โตแทนมาก่อนครับ )ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาทักษะแนวคิดจึงได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงทางศิลป

                        เมื่อมีการเผยแพร่พุทธศาสนาออกมาทางลังกานั้นก็มีการขยายตัวของกลุ่มผู้นับถืออย่างมากมายเนื่องจากลังกาเป็นจุดรวมของผู้ค้าขาย เรียกว่าเป็นศูนย์กลางเลยว่างั้นเถอะ อินเดียนั้นการขยายตัวไม่มากครับเพราะว่ามีการแบ่งแยกวรรณะ พุทธศาสนานั้นไม่แบ่งจึงขัดกับหลัก ธรรมาภิบาลของอินเดียเองโอกาศที่ผู้คนจะนับถือจึงไม่มีครับ *(ความเห็นของผู้เขียน)

                       การขยายตัวของพุทธศาสนานั้นไปหลายทางครับ ทางเหนือก็ไปธิเบต จีน ทางไต้ก็ อาณาจักรทวาราวดีมารุ่งเรืองขีดสุดที่ทาวาราวดีประมาณพุทธศตวรรที่ 8-10 มีการสร้างรูปเคารพหรือพระพุทธรูป กันมากที่สุดเป็นยุคแรกๆเลยครับ  หลังจากนั้นก็มาถึงยุค สุโขทัยที่รับอารยะธรรมเขมรและทวาราวดีมาพัฒนาต่อประมาณพุทธศตวรรที่ 13-19 รวมเวลาประมาณ 700 ปีครับ

                  เมื่ออาณาจักรสุโขทัยเสื่อมลงตกเป็นเมืองขึ้นของอยุทธยาในทางการปกครองนั้น อยุทธยากลับถูกครอบงำทางศิลปจากสุโขทัยโดยสิ้นเชิงและได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ด้วยชั้นเชิงฝีมือช่างที่แตกต่างและผสมผสานแนวคิด แห่งดินแดนลุ่มเจ้าพระยา ความละเมียดในศิลปนั้นต้องอยุทธยา แต่ความลุ่มลึกในอารมณ์แห่งพุทธานุภาพอันไพศาลนั้น ยังคงเป็นแบบสุโขทัยอย่างไม่เสื่อมคลายครับ

 

 

Lanna Buddha (Circa 13th-20th centuries AD)

The Lanna Art demonstrates the continuation with the art before the Lanna Period or Chiang Saen'. The art in this period started its formation since the time of King Meng Rai the Great, who was the 25th king of the Lao Dynasty in 1261 AD. The city of Nopburi Sri Nakhon Ping Chiang Mai was the capital in 1296 AD. The study in the field of art history reveals that the Lanna Art can be divided into 4 periods. They are 1st Period-the Establishment of the Kingdom (1261-1355 AD), 2nd Period-the Prosperity of the Kingdom (1355-1547 AD), 3rd Period-the Burmese Colonial State (1558-1774 AD) and 4th Period-the Thai Colonial State (1774-1939 AD).
The upper northern area of Thailand is the center of different families of artisans, which has been affected by the political and environmental realms. Thus, the Lanna Art can be divided into the following artisan families:

>1. The artisan family from the capital of Chiang Mai (13th-20th centuries AD),
>2. The Chiang Saen artisan family of Lanna period (14th-18th centuries AD),
>3. The Chai Prakarn and Fang artisan families (15th-18th centuries AD),
>4. The Nan artisan family (14th-19th centuries AD),
>5. The Haripunchai Artisan family of Lanna period (14th-18th centuries AD),
>6. The Phrae and Lampang artisan families (15th -18th centuries AD) and
>7. The Phayao artisan family (15th-18th centuries AD),

Therefore, the Lanna Art, the northern art of Thailand, is relatively difficult to classify in comparison with the arts from different smaller kingdoms within the Thai Kingdom.