![]() |
||
|
พระพุทธรุปส่วนใหญ่ที่พบในเขตจังหวัดลำพูน แบ่งออกได้เป็นสองสมัยคือ
พระพุทธรูปศิลปะหริภุญชัย และพระพุทธรูปศิลปะล้านนา
แต่ละสมัยแบ่งออกเป็นช่วงระยะเวลาและรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปดังนี้
พระพุทธรูปศิลปะหริภุญชัย แบ่งออกได้เป็นช่วงเวลาคือ
หมวดที่สอง แสดงถึงอิทธิพลศิลปะทวารวดี หล่อด้วยสำริด
และพระพิมพ์ในลักษณะพระพักตร์แบน พระปรางเป็นโหนกสูง พระขนงต่อกันเป็นเส้น
พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา เม็ดพระศกเป็นขมวดแหลม พระเกตุมาลาสูงทรงกรวย
หมวดที่หนึ่ง เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ทำด้วยศิลาแลง หุ้มด้วยหยาบ ๆ
พระพักตรก่อนข้าวหยาบ พระนลาฎโหนก พระนาสิกแบบใหญ่
พระขนงเป็นรูปปีกกานูนเชื่อมติดต่อกัน พระเนตรโปนเหลือบตาลง พระโอษฐใหญ่หนา
มีไรพระมัสสุ เม็ดพระศกแหลมและมีขอบพระเกษา พระพักตร์ดูขมึงทึง
มีวิวัฒนาการมาจากพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี
หมวดที่สอง พระพุทธรูปมักทำด้วยดินเผาจากแม่พิมพ์ ส่วนใหญ่ใช้ประดับซุ้มเจดีย์
พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม มีขอบพระเกศา เม็ดพระศกเป็นขมวกแหลม
รูปพระเศียรแบบและบานออกพระนลาฎกว้าง พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา
พระเนตรเหลือบต่ำลง พระนาสิกแบบใหญ่ พระโอษฐ์หนา
พระมัสสุเป็นเส้นอยู่เหนือขอบพระโอษฐ์ชั้นบน
หมวดที่สาม เศียรพระพุทธรูปดินเผาทำจากแม่พิมพ์ มักมีสีนวลเทา พระพักตร์สั้น
พระศกเป็นเม็ดเล็ก ๆ พระขนงเป็นรูปปีกนาติดต่อกับพระเนตรเหลือบลงต่ำ
พระนาสิกเล็ก พระโอษฐ์บาง ไม่มีไร พระมัสสุ ส่วนประกอบใบหน้าไม่เทอะทะ
ทำให้พระพักตร์ดูบางและอ่อนละมุน พระเกตุมาลาเป็นกรวยแหลมเรียบ ๆ
พระพุทธรูปศิลปะล้านนา แบ่งออกได้เป็นสี่หมวด คือ
หมวดที่หนึ่ง มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙
เป็นระยะเริ่มแรกของศิลปะล้านนา แบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม คือ
หมวดที่สอง มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่๑๙ - ๒๑
แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของศิลปะล้านนา มีการมรสนิยมของตนในศิลปะร่วมสมัย
จากภายนอกคือ ศิลปะสุโขทัย และศิลปะอยุธยา ให้เข้ามาผสมผสานกับของล้านนา
จำแนกออกได้เป็นสามกลุ่ม คือ
หมวดที่สาม มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๔ แสดงลักษณะประจำของถิ่น
แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม คือ หมวดที่สี่ เป็นหมวดล้านนาฟื้นฟู มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๔ - ๒๕ ร่วมสมัยกับศิลปะรัตนโกสินทร์ มีการสร้างพระพุทธรูปและสิ่งของถวายพระจากวัสดุมีค่า เช่น เงิน และนิยมสร้างพระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทอง ที่ฐานมีจารึกอักษรล้านนา |
||
|
(นักขุดหาพระรอดคนหนึ่งกำลังส่องดูพระที่ตนเองขุดได้บริเวณหน้ากุฏิหลวงพ่อ)
จากการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีในเขตจังหวัดลำพูน
และที่ชาวบ้านพบในรูปแบบต่าง ๆ ได้พบโบราณวัตถุอันเนื่องในพระพุทธศาสนา
ประเภทพระพิมพ์จำนวนหนึ่ง คือ พระพิมพ์ซุ้มพุทธคยา พระกวาง พระลือหน้ามงคล
พระแปด และพระสิบแปด โดยขุดพบในชั้นวัฒนธรรมล้านนา (พุทธศตวรรษที่ ๑๙)
สำหรับพระลือหน้ามงคล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มปรกโพธิ (กลุ่มพระรอด
พระคง พระเปิม และพระบัง)
สร้างตามคติและรปแบบที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติตอนตรัสรู้ และปฐมเทศนา
ซึ่งแสดงภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย และมีกวางสองตัวหมอบอยู่ข้าง (สัญลักษณ์การแสดงปฐมเทศนาที่ป่ากวาง)
แสดง่วาอิทธิพลพุทธศาสนาที่ปรากฎในเมืองหริภุญชัยนั้น มาจากหลายสาย
มีอิทธิพลศิลปะอินเดีย แบบคุปตะผ่าน วัฒนธรรมทวารวดีเข้ามาทางหนึ่ง
และมีคตินิยมของชาวพื้นเมืองผสมผสาน
จึงปรากฎรูปแบบพระพิมพ์ที่มีลักษณะแตกต่างออกไป
กลายเป็นแบบเฉพาะของชุมชนในวัฒนธรรมหริภุญชัยต่อไป
พระรอด
เป็นพระพิมพ์ที่มีชื่อเสียงรู้จักดี ในวงการพระเครื่องจัดให้
ในวงการพระเครื่องจัดให้อยู่ในชั้นสูงสุดของพระสกุลลำพูน
เป็นหนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ซึ่งประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง
พระรอดมหาวัน พระนางพญา พิษณุโลก พระผงสุพรรณ และประซุ้มกอ
พุทธลักษณะของพระรอด เป็นพระพิมพ์เนื้อดินละเอียดเนียน
สัญนิฐานว่าเป็นดินกรองสีที่พบมีหลายสีขึ้นอยู่กับไฟที่ใช้ในการเผา เช่า
สีหม้ใหม่ สีขาวดินสอพอง สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีเขียวหินครก สีชมพู สีเหลืองนวล
สีมันปู สีแดง องค์พระพิมพ์ทำเป็นพระพุทธรูปปารวิชัย เบื้องล่างมีฐานรองรับ
ครองจีวรหม่เฉียง เบื้องหลังมีลวดลายประดับเป็นรูปก้านโพธิ และในโพธิประดับอยู่
พระรอดมีหลายขนาด ที่นิยมมีอยู่ห้าพิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก
พิมตื้น และพิมพ์ต้อ แต่ละพิมพ์ยังมีลักษณะแตกต่างกันออกไปในรายละเอียด
และยังมีพิมพ์อื่น ๆ
พระคง
หรือพระลำพูนดำ ลำพูนแดง เป็นพระพิมพ์สำคัญมีอยู่ทั่วไปในเมืองลำพูน
ส่วนใหญ่พบที่วัดพระคงฤาษี และวัดมหาวัน พระคงมีพุทธลักษณะอวบอ้วนปางมารวิชัย
ประทับใต้ร่มโพธิบัลลังก์ ขัดสมาธิเพชร
ครองจีวรห่มคลุมอันเป็นอิทธิพลของศิลปะคุปตะ
พระลบ
เป็นพระพิมพ์ที่ลบเลือนไม่ชัดเจน มีหลายสี เดิมพบเพียงสีแดงเข้มเท่านั้น
ต่อมาได้พบองค์พระมีสีต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับพระพิมพ์ดินเผาอื่น ๆ
สกุลลำพูน ที่ทำด้วยโลหะกันขุดพบที่ยริเวณกรุหน่องเสน้าเรียกว่า กู่พระลบ
เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
พระเหลี้ยมเล็กพิมพ์นิยม
เป็นพระพิมพ์มีรูปทรงเป็นลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ทรงเทริดขนนก
ประดับองค์ด้วยสร้อยถนิมพิมพาภรณ์อย่างเต็มยศ
ประทับนั่งใต้รัศมีของซุ้มรูปกลีบบัว ภายใต้เศวตฉัตรของกษัตริย์
สองข้างเป็นรูปราชกุมาร มีฉัตรเป็นที่สังเกตุตรงส่วนบน
ใต้ที่ประทับเป็นรูปหัวช้างสามเชือก ขุดพบที่วัดประตูลี้ วัดมหาวัน
วัดพระคงฤาษี วัดดอนแก้วและวัดดอยดิ องค์พระเนื้อละเอียด
แต่ที่เนื้อหยาบเต็มไปด้วยเม็ดแร่ก็มี
พระสิบสอง
เป็นพระพิมพ์ขนาดใหญ่ บางคนเรียกว่าพระแปด เพราะจะนับองค์ที่เป็นพระเท่านั้น
ไม่นับพวกเตียรถียที่ประกอบอยู่ เป็นพระพิมพ์ที่มีอยู่แพร่หลายทั่วไป
แม้ที่จังหวัดลพบุรีก็มีการขุดพบ
ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์และศิลปะ
พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบหริภุญชัยผสมผสานกับแบบลพบุรี
พระสิบสองที่ขุดพลในบริเวณอาณาจักรหริภุญชัย
จาอถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของพระพิมพ์ของหริภัญชัย
พระสิบแปด
เป็นพระพิมพ์ขนาดใหญ่ มีพระพุทธรูปอยู่สิบแปดองค์ มีขนาดกว้างสี่นิ้ว
หนาหนึ่งนิ้ว สูงหกนิ้ว ขุดได้ที่วัดมหาวัน วัดประตูลี้ วัดดอนแก้ว
|