|
|
|||||||||||||||||
|
จากความยิ่งใหญ่ของพระกำแพงซุ้มกอนี้เอง
บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมพระเครื่องพิมพ์นี้
จึงไดรับเกียรติยกย่องให้อยู่ในอันดับ
เหนือกว่าพระทุ่งเศรษฐีที่ขึ้นจากเมืองกำแพงเพชรทั้งปวง
แม้กระทั่งผู้เขียนเองก็ยังถึงกับขนานนามว่า พระซุ้มกอ พิมพ์นี้ว่า
เจ้าพ่อแห่งลานทุ่งเศรษฐี ที่เป็นเช่นนี้มิใช่ว่า พระซุ้มกอ
จะเป็นพระเครื่องที่งามเพียบพร้อมทั้งพิมพ์และเนื้อก็หาไม่
แต่พระพุทธคุณของพระซุ้มกอนี่ซิ
คือหัวใจของความยิงใหญ่ที่ทำให้พระเครื่องพิมพ์นี้ ได้เป็นพระยอดนิยมอันดับ 1
อยู่ในอาณาจักรพระเครื่องมาจนปัจจุบันนี้ พระซุ้มกอ
หรือเจ้าพ่อแห่งลานทุ่งเศรษฐีเป็นยอดพระเครื่องอันดับนำของจังหวัดกำแพงเพชรที่ใครได้ไว้บูชาติดตัวแล้ว
นับว่าเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง เพชรนพเก้า ทองคำมากมาย
แก้วแหวนเงินทองค่าล้นปานใดก็ตาม บางครั้งก็หาเปรียบได้กับ พระซุ้มกอ
ซึ่งสูงทั้งค่าและมีประสิทธิภาพซึ่งมนุษย์ไม่อาจเนรมิตได้
การมีชีวิตเพื่ออยู่ของท่านและสร้างแต่กรรมดีแล้ว
หมั่นระลึกถึงบาปบุญคุณโทษใส่ใจในทั้งสามโลก แล้วพระซุ้มกอ
ย่อมคุ้มครองท่านได้เสมอ
และสิ่งที่น่าอิจฉาสำหรับผู้มีพระพิมพ์นี้ยิ่งขึ้นก็คือ
ท่านจะอยู่อย่างคนมีโชคตลอดเวลาทีเดียว
ผมเองนั้นเชื่อว่า มึงมีกูไม่จน
ประกาศิตที่กังวานจากเจ้าพ่อแห่งลานทุ่งเศรษฐีนั้นจะเป็นใครกล่าวหรือใครพูดขึ้นเล่นก็ตามทีเถิด
เพราะจนบัดนี้ ผู้ที่ใช้ พระซุ้มกอ แล้วก็ยังไม่เคยมีใคร
บอกว่าห้อยพระซุ้มกอแล้ว ยากจน เลยสักรายเดียว
พระยอดมหาโชคมหาลาภพิมพ์นี้ เป็นพระเครื่องเนื้อผง
ผสมด้วยดินกับมวลสารที่รวมตัวเป็นองค์พระเครื่องนั้น จะมีว่านร้อยแปด
โดยเฉพาะว่านดอกมะขาม จะต้องปรากฏให้เห็นตามผิวองค์พระ
อันเป็นสัญลักษณ์ของพระเนื้อทุ่งเศรษฐีไว้ทุกๆ องค์ นอกจากนั้นก็มีทรายเงิน,
ทรายทอง, และผงเกสรดอกไม้ร้อยแปดรวมอยู่ด้วย จึงทำให้พระกำแพง ซุ้มกอ กว่า80%
เนื้อจะนุ่มอ่อนตัวกว่าคล้ายกับพระผงสุพรรณทีเดียวว่ากันที่จริงแล้วพระเครื่องพิมพ์ยอดนิยมจากลานทุ่งเศรษฐี
ที่เราเรียกกันว่าพระกำแพงซุ้มกอนี้ หาได้มีแต่พิมพ์เดียวไม่
เพราะทั้งขนาดและเนื้อก็ยังมีแตกต่างกันออกไปอีกมาก
ฉะนั้นเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้ซึ้งถึงการแตกต่างของพระเครื่องพิมพ์นี้ได้โดยละเอียดยิ่งขึ้น
ผมจึงจะขอแยกกล่าวเป็นชนิด ๆ ดังต่อไปนี้
1.
พระซุ้มกอเนื้อผงชนิดมีลายกนก แบบมีลายกนกนี้
โดยเฉพาะเนื้อผงจะมีแต่สีแดง, และสีเหลือง, เท่านั้น
ทั้งนี้ยังแยกแบบออกได้เป็น 3 พิมพ์คือ 2.
พระซุ้มกอพิมพ์ ขนมเปี้ย พิมพ์ขนมเปี้ยดังกล่าวนี้
เป็นพระซุ้มกออีกพิมพ์หนึ่งที่ให้แบบ คล้ายกับพระงบน้ำอ้อย แต่จะเล็กกว่า
ลักษณะทำเป็นพิมพ์กลม ๆ ด้านหลังอูมนูนและมีลายมือปรากฏด้วย
ส่วนด้านข้างจะโค้งทรงกลมโดยไม่มีรอยตัดเลย
พระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี้ย นี้ ได้แยกขนาดออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือ 3. พระซุ้มกอดำ ถัดจากพระซุ้มกอพิมพ์ขนมเปี้ยผ่านไปแล้วคราวนี้ก็มาถึงเรื่องพิมพ์ซุ้มกอดำกันบ้าง พระพิมพ์นี้ พิมพ์ ค่อนข้างจะแหวกแนวไปมากอยู่แต่พุทธลักษณะของท่านจะเหมือนกับพระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ชนิดที่มีลายกนกทุกอย่าง จะผิดก็แต่ตัดกนกด้านข้าง กับบัวเล็บช้างใต้ฐานประทับออกจนหมด พระซุ้มกอดำ จึงมีแต่พระประทับนั่งปางสมาธิบนฐานเชียง โดยมีปีกโค้งเว้า รองรับไว้กับมีประภามณฑลล้อมรอบพระเศียรไว้ด้วยพระพักตร์ค่อนข้างป้อม พระอุระจะผึ่งผายเข้มข้นกว่าพิมพ์นิยมชนิดมีลายกนกเอามากทีเดียว
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงต้องยกให้ พระซุ้มกอดำ นี้ เป็นพระเครื่องศิลปะ วัดตระกวน
ซึ่งเป็นยอดศิลปะชั้นหนึ่งของสมัยสุโขทัยยุคต้น
และก็เลยทำให้ผู้เขียนได้คิดไปอีกว่า พระซุ้มกอดำ พิมพ์นี้
น่าจะเป็นพระซุ้มกอพิมพ์ปฐมฤกษ์ที่กำเนิดขึ้นก่อนพระซุ้มกอชนิดที่มีลายกนกเสียมากกว่า
เพราะต่อเมื่อภายหลังขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของสุโขทัยได้รุ่งโรจน์ขึ้นแล้ว
ก็ย่อมเป็นของธรรมดาที่
ศิลปะจะต้องได้รับการพัฒนาให้อลังการยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ถ้าหากเป็นเช่นนี้แล้ว จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า
พระซุ้มกอชนิดที่มีลายกนกด้านข้างนั้น
ที่จริงแล้วอาจเป็นพระเครื่องที่ช่างให้การพัฒนามาจาก พระซุ้มกอดำ นั่นเอง และการที่เรียกว่า พระซุ้มกอดำ นั้น ก็เพราะเมื่อก่อนไม่ว่าจะขุดพระพิมพ์นี้ได้จากกรุใดในลานทุ่งเศรษฐีก็ตาม พระทุกองค์มักจะมีสีดำ ไปหมดพระซุ้มกอพิมพ์นี้จึงถูกขนานนามว่า พระซุ้มกอดำ โดยถือเอาสีมาเรียกเป็นชื่อตั้งแต่นั้นมาครับ นี่แหละครับ ตำนานอันลือลั่นที่กำเนิดแห่งปกาศิตที่ว่า" มีกูมึงไม่จน"
|
|||||||||||||||||