Make your own free website on Tripod.com

Rules For establishing the chronology of architectural findings

Back to main page   Go to shop now       My webboard    Gast Book    ดิสคอฟเวอร์รี่ไทยแลนด์        รวมบทความ  และ  ประวัติศาสตร์ ทั่วไป    เว็บบอร์ดเช็คพระ    

หลักเกณฑ์การกำหนดอายุของวัตถุและข้อมูลทางโบราณคดี

ทุกครั้งที่มีการพบวัตถุทางโบราณคดีหรือของเก่ามักมีผู้สนใจใคร่รู้เสมอว่าวัตถุเหล่านั้นมีอายุมากน้อยเพียงใด ทำไมพวกเขาจึงสร้างสิ่งเหล่านั้นแหล่งขุดค้นนั้นมีอายุราวสมัยใดปัจจุบันการกำหนดอายุของวัตถุโบราณนั้นมีการแบ่งเป็นสองลักษณะใหญ่ๆดังนี้ครับ

 

1.การกำหนดอายุที่มีลักษณะระบุสมัยได้แน่นอน (  Absolute Chronology type )

 การกำหนดอายุสมัยที่ที่ระบุได้แน่นอนนั้นหมายถึง การกำหนดอายุได้โดยตัววัตถุโบราณนั้นเองและน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างยิ่งแบบแรกนี้ยังแบ่งย่อยได้อีกดังนี้

1.1 การกำหนดอายุโดยใช้เอกสาร เอกสารดังกล่าวได้แก่เอกสารทางโบราณคดีเช่น ศิลาจารึก พงศาวดารและตำนานต่างๆเป็นต้น

1.2 การกำหนดอายุที่มีการบอกศักราช ซึ่งส่วนใหญ่นั้นได้แก่เหรียญกษาปณ์บางอันจะมีการบอกปีที่ผลิตไว้ วัตถุอื่นๆที่อาจมีการจารึกวันเดือนปีที่ผลิตไว้ เช่น ภาพเขียนเก่า ถ้วยชาของจีนที่มีการจารึกคำกลอน ผู้เขียนกลอน วันที่ไว้ และพระพุทธรูปที่มีคำจารึกตรงฐาน แต่อย่างไรก็ตามการอ่านคำจารึกนั้นต้องพ้องกับเอกสารทางวัตถุอื่นๆด้วย

1.3 การทราบอายุโดยวิธีการวิทยาศาตรธรรมชาติ และมีอยู่หลายวิธีดังจะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

1.3.1 Radio Carbon การกำหนดอายุแบบนี้ใช้ได้กับสสารที่เคยเป็นอินทรีย์วัตถุ กระดูก โดยวัดแสงกัมมันตภาพรังสี Radio Activity ของคาร์บอนที่หลงเหลืออยู่ในอินทรีย์วัตถุโบราณเหล่านั้นทำให้ทราบว่าต้นไม้เหล่านั้นตายมานานเท่าใด ต้นไม้ถูกตัดมาเมื่อใหร่ การกำหนดอายุโดยวิธีนี้สามารถกำหนดเวลาย้อนหลังได้จนถึง 40,000 ปี โดยพืชและสัตว์นั้นจะมี c14เป็นองค์ประกอบแทบทั้งสิ้น และขบวนการสะสม c14 นี้ก็จะดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่อินทรีย์วัตถุเหล่านั้นยังคงมีชีวิตอยู่

และเมื่อสิ้นชีวิต c14  ที่สะสมอยู่ในร่างกายจะค่อยๆลดลงในอัตราส่วนที่สม่ำเสมอ กล่าวคือเมื่อทุกๆ 5568 ปี c14 ที่สะสมอยู่ในร่างกายจะลดลงครึ่งหนึ่ง และต่อไปอีก 5568 ปีก็จะลดลงอีกครึ่งหนึ่งเป็นเช่นนี้เรื่อยไป ทำให้สามารถคำนวนอายุที่แท้จริงได้ครับ

1.3.2 Thermoluminescene สถานภาพทางกายภาพ Phisical Condision ของวัตถุต่างๆ เช่น ภาชนะดินเผา หิน ดินเผา และวัตถุหลายชนิด พบว่าวัตถุเหล่านี้มีลักษณะอย่างหนึ่งที่มีคุณสมบัติสะสมอิเลคตรอนเข้ามาปนอยู่ในเนื้อของมัน และเป็นตัวแปลกปลอม ภาษาอังกฤษเรียกว่า Atomic Defects Imurity sites ซึ่งเรียกว่าThermoluminescene

กล่าวคือถ้ามีแสงหรือรังษีปรมาณูมาก หมายความว่าวัตถุนั้นมีอายุมาก จะกีปีนั้นต้องคำนวนและมีการเผื่อบวกลบ

2.การกำหนดอายุโดยการเทียบเคียง Relative Chronology ได้แก่

2.1 การกำหนดอายุจากวัตถุจากชั้นดินหรือจากวัตถุเปรียบเทียบ

2.2 พิจรณาจากลวดลายและศิลป

   ด้วยวิธีการนี้นักโบราณคดีสามารถกำหนดอายุของศิลปโบราณวัตถุโดยการเปรียบเทียบวัตถุที่พบใหม่กับศิลปที่มีที่มาแน่นอนทำให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ

2.3 ของที่พบที่อยู่ไกล้กัน Associated finds close finds  คือการกำหนดอายุอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนการจัดอันดับก่อนหลังโดยการเทียบเคียงได้แก่การพิจรณาของที่พบเป็นกลุ่มเป็นกองสามารถชี้ได้ว่าอยู่ในสมัยเดียวกันและมีผู้ใช้กลุ่มเดียวกันครับ

ข้าพเจ้าหวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านนักสะสมบ้างไม่มากก็น้อยครับ

 

 

 

 

Rules For establishing the chronology of architectural findings

1.1 Absolute Chronology

       1.1 By reference to written on the such as inscription historic annals or chronicles.

       1.2 By means of inscribed or painted dates such as found on coins and some chinese pottery  Archaeologists must be carefulif these objects ware not found at their 

       1.3 The use of scientific methods

           1.3.1 Radiocarbon dating

           1.3.2 Thermoluminescene Objects such as pottery and buddha image rocks andsoil all

 

2.Relative Chronogy

           2.1 Dating by comparing the object whith an associated odject or site.

           2.2Dating by correlating desings or decoration whith those on items of known age

           2.3 Asociated or closed fine is anather method or relative chronology which considers that the same site served the sam group of people thus making them contemporary.

     

Back to main page   Go to shop now       My webboard    Gast Book    ดิสคอฟเวอร์รี่ไทยแลนด์        รวมบทความ  และ  ประวัติศาสตร์ ทั่วไป    เว็บบอร์ดเช็คพระ