พ่อขุนรามคำแหงนั้นครองราชสมบัติ
ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๒๒ ถึง พ.ศ. ๑๘๔๒ รวม ๒๐ ปี เป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพระนางเสือง
เป็นพระอนุชาของพ่อขุนบาลเมือง
พระองค์ได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ราชอาณาจักรไทยมากที่สุดพระองค์หนึ่ง
กล่าวคือขยายอาณาเขตประเทศไทยออกไปอย่างกว้างขวางทุกทิศทางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทรงประดิษฐ์อักษรไทยซึ่งเป็นรากฐานของหนังสือไทยที่ใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
ส่งเสริมการค้าอย่างเสรี
โดยไม่เก็บภาษีทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ส่งเสริมการเกษตร ทั้งการทำนา
และการทำสวน ส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่เรียกว่า เครื่องสังคโลกโดยนำวิธีการมาจากประเทศจีน
เครื่องสังคโลกนี้นอกจากผลิตขายภายในประเทศแล้ว ยังส่งไปขายยังต่างประเทศ
ทางเรืออีกด้วย เช่น ฟิลิปปินส์และบอร์เนียวเป็นต้น ส่งเสริมพุทธศาสนา
โดยนำพุทธศาสนา ลัทธิเถรวาท จากลังกา
มาเผยแพร่ในราชอาณาจักรสุโขทัยจนเป็นปึกแผ่นก่อให้เกิดความสุขสงบ
มีศีลธรรมอันดีในหมู่ พสกนิกรชาวไทยอย่างกว้างขวาง
นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดศิลปวัตถุที่งดงาม
อันเนื่องมาจากพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เป็นมรดกล้ำค่า ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาเป็นรัชสมัยของ
พระเจ้าเลอไท ทรงครองราชสมบัติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๔๒ ถึง พ.ศ.
๑๘๙๑ รวม ๔๙ ปี

(พระพุทธรูปศิลปแบบสุโขทัยก่อนยุคตะกวนสัญนิฐานว่าสร้างในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท)
พระมหาธรรมราชาลิไทย
ครองราชสมบัติตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๙๑ ถึง
พ.ศ. ๑๙๑๒ รวม ๒๑ ปี เป็นโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเป็นทั้งนักรบ
และนักอักษรศาสตร์ รวมทั้งนักพัฒนาที่สำคัญพระองค์หนึ่ง
ในด้านอักษรศาสตร์ ทรงนิพนธ์ หนังสือไตรภูมิพระร่วง ซึ่งนับว่าเป็น
หนังสือทางพุทธศาสนาที่สำคัญมากเล่มหนึ่ง ด้านพุทธศาสนา และศิลปกรรม
ทรงโปรดให้หล่อพระพุทธรูปสำคัญของไทยไว้ ถึง ๓ องค์ด้วยกัน คือ
พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และ พระศรีศาสดา ด้านการพัฒนา
ทรงโปรดให้ตัดถนนเชื่อมเมืองสำคัญ ๆ ในสมัยนั้น ที่เรียกว่า ถนนพระร่วง
เพื่อให้การสัญจรไปมาได้สะดวก
และน่าจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันราชอาณาจักรอีกด้วย
พระเจ้าไสยลือไทย หรือ พระมหาธรรมราชาที่ ๒
ครองราชสมบัติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๑๓ ถึง
พ.ศ. ๑๙๓๑ รวม ๑๘ ปี
|
พระมหาธรรมราชาที่ ๓
และพระมหาธรรมราชาที่ ๔
ครองราชสมบัติตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๓๑
ถึง พ.ศ. ๑๙๖๒ และ พ.ศ. ๑๙๖๒ ถึง พ.ศ. ๑๙๘๑ รวม ๓๑ ปี และ ๑๙ ปี
ตามลำดับ
|
จากนั้นกรุงสุโขทัยก็เสื่อมลงและลดความสำคัญลงเรื่อยๆเนื่องจากศูนย์กลางการปกครองย้ายไปอยู่กรุงศรีอยุทธยาจากเมืองหลวงกลายมาเป็นมณฑลและจังหวัดตามลำดับ