Make your own free website on Tripod.com
 

พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน

 

 
 
พระธาตุ หมายถึง อัฐิ (การดูกที่เผาแล้ว) ของพระพุทธเจ้า  พระปัจเจกพุทธเจ้า  และพระอรหันต์ ถ้าเป็นอัฐิของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุ  หรือพระบรมธาตุ   ถ้าเป็นอัฐิพระอรหันต์ เรียกว่า พระธาตุ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกรวม ๆ ว่า พระธาตุ
สำหรับพระธาตุในที่นี้  หมายถึงส่วนสำคัญของพระสถูป หรือพระปรางค์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระธาตุไว้ภายใน    ซึ่งเรียกว่า ธาตุเจดีย์   ซึ่งเป็นหนึ่งในพุทธเจดีย์ทั้งสี่ ซึ่งได้แก่
พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุ   อินเดีย เรียกเจดีย์ประเภทนี้ว่า สรีริกสถูป  พระธาตุเจดีย์  รวมถึง เจดีย์ที่บรรจุธาตุของพระอรหันต์สาวกด้วย   ถ้าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะก็จะเรียกว่า พระมหาธาตุ  พระบรมธาตุ  หรือพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าเรียกพระธาตุส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะก็จะเรียกชื่อตามนั้น เช่น
                พระทันตธาตุ  หรือพระทาฒธาตุ  (ฟัน หรือ เขี้ยวของพระพทุธเจ้า)
                พระเกศธาตุ  (เส้นพระเศาของพระพุทธเจ้า)
                พระอุรังคธาตุ (พระธาตุส่วนที่เป็นกระดูกหน้าอกของพระพุทธเจ้า
บริโภคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุของใช้ที่เกี่ยวกับเนื่องกับพระพุทธเจ้า ได้แก่ อัฐบริขาร  มีบาตรและจีวร เป็นต้น  นอกจากนั้นยังรวมไปถึงสถานที่อันเป็นสังเวชนียสถานทั้งสี่   คือ สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน)  ตรัสรู้ (พุทธคยา) แสดงปฐมเทศนา (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน)  และปรินิพพาน (เมืองกุสินารา)  รวมพระแท่นที่บรรทมตอนปรินิพพาน อินเดียเรียกเจดีย์ประเภทนี้ว่า ปาริโภคสถูป
พระธรรมเจดีย์  เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุ หรือ จารึก พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  เช่น หอพระไตรปิฎก และส่วนที่เป็นพระไตรปิฎกเอง ไม่ว่าจะจารึกในรูปแบบใด  เดิมได้เลือกเอาหัวใจพุทธศาสนา จารึกเป็นตัวอักษร ประดิษฐานไว้สำหรับบูชา มีความว่า " เย ธมฺมา เหตุปปฺภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นีโรโธ จ เอวํ  วาที  มหาสมโณ
อุเทสิกเจดีย์   เป็นเจดีย์ที่ทำเป็นพุทธบัลลังก์ พระแท่นพระพุทธเจ้า  รวมถึงพระพุทธฉายด้วย  อินเดียเรียกเจดีย์ ประเภทนี้ว่า อุทเทสิกสถูป สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา
รวมความได้ว่า พระเจดีย์ เป็นที่ทำเป็นหรือบรรจุสิ่งที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า อันเป็นสิ่งที่ควรแก่การสักการบูชา
พระธาตุเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่รู้จักกันดี และพบกันมากที่สุด  สำหรับประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก  มีขนาดและอายุแตกต่างกัน เช่นพระธาตุหริภุญไชยนั้น
ตามตำนาน  เช่นพงศาวดารโยนก  จามเทวีวงศ์ และมูลศาสนาชินกาลมาลินี กล่าวว่าพระบรมธาตุแห่งนี้ บรรจุพระบรมเกศาธาตุ เดิมบรรจุไว้ในกระบอกไม้ไผ่รวกฝังไว้ใต้พื้นดิน เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่   ได้เคยเสด็จมา ณ ที่นี้  ได้ประทับบนหินก้อนหนึ่ง  กระทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) และทรงพยากรณ์ว่าจะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ  ซึ่งปาฏิหารย์ผุดขึ้นจากพื้นดิน
ปัจจุบัน วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร  เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก  ตั้งอยู่กลางเมืองลำพูน มีเนื้อที่ ๒๕ ไร่  วัดนี้มีกำแพงสองชั้น เป็นกำแพงรอบบริเวณวัดชั้นนอก และกำแพงทำเป็นศาลาบาตรรอบองค์พระธาตุ เป็นกำแพงชั้นใน
พระธาตุหริภุญชัย  จังหวัดลำพูน นั้นถือได้ว่าเป็นปูชยสถานที่สำคัญยิ่งอีกแห่งหนึ่งของดินแดนล้านนาไทย มาแต่โบราณกาล ประมาณหนึ่งพันปีมาแล้ว บรรดาเจ้านครต่าง ๆ ในดินแดนส่วนนี้ได้มีความเคารพนับถือและศรัทธา ได้รับภาระในการปฏิสังขรณ์กันต่อมาจนถึงทุกวันนี้   องค์พระธาตุเป็นรูปทรงแบบลังกา ฝีมือประนีต และมีความคงทนถาวรมาก
ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. ๑๔๔๐ พระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์วงค์รามัญผู้ครองนครลำพูน  เป็นลำดับที่ ๓๓ มีศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างยิ่ง  ได้ทรงรับเอาพระพุทธศาสนาจากเมืองมอญ  มาประดิษฐานที่นครลำพูน และได้ทรงสร้างพระมณฑป  เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ สูงสามวา มีซุ้มทั้งสี่ด้าน  ครอบโกศสูงสามศอก แล้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน  ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า  บรรดาบ้านเรือนในนครลำพูน จะต้องสร้างไม่ให้สูงเกินสามศอก เพื่อให้สูงกว่าองค์พระบรมธาตุ
ต่อมาพระนางปทุมวดี  พระมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ได้ทรงสร้างพระเจดีย์เหลี่ยมขึ้นองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของพระธาตุ  เป็นพระปรางค์รูปสี่เหลี่ยมยอดแหลม มีนามว่าสุพรรณเจดีย์ ใต้ฐานชั้นล่างเป็นกรุบรรจุพระเปิม (พระเครื่องชนิดหนึ่ง)  ยังปรากฎอยู่จนทุกวันนี้
เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๒๒  พระเจ้าสัพพาสิทธิ์  ผู้ครองนครลำพูน  ได้สร้างโกศทองเสริมต่อขึ้นไปอีกหนึ่งศอก รวมเป็นสูงสี่ศอก  และสร้างพระมณฑปเสริมต่อขึ้นอีกสองวา รวมเป็นห้าวา
เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๑๙  พระเจ้าเม็งรายมหาราช  ผู้ครองนครเชียงราย  มีชัยชนะได้ครองนครลำพูน ได้ทรงสร้างพระมณฑป เสริมต่อครอบพระมณฑปเดิมอีกสิบวา รวมเป็นสิบห้าวา  พร้อมทั้งสร้างทองจังโกฎก์หุ้มตั้งแต่ฐานถึงยอด
เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๘๖ พระเจ้าอโลกราชกษัตริย์ของล้านนาไทย ผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้อาราธนาพระมหาเมธังกร ให้ควบคุมการก่อสร้างเสริมต่อพระบรมธาตุ ให้สูงขึ้นไปอีกแปดวา  รวมเป็นยี่สิบสามวา  ฐานกว้างสิบสองวา  สองศอก ฉัตรเจ็ดชั้น  แก้วบุษหนัก ๒๓๐ เฟื้อง  ใส่ไว้ที่ยอด  สรุปรายการในการก่อสร้างได้ดังนี้
ศิลาแลง  ๖๐,๐๐๐ ก้อน  อิฐ  ๑๐๐,๐๐๐ ก้อน ปูน ๑,๖๖๐,๐๐๐ ค่าน้ำกล้วยตีบเงิน ๖๐,๐๐๐
สิ้นน้ำหนัก  ๔,๐๐๐,๐๐๐ ราคาเงิน ๙,๐๐๐
รวมค่าก่อสร้างทั้งหมด  ๔,๐๐๐,๐๐๐
และได้เอาทองจังโกฎก์ (แผ่นทองแดงปนนาค)  หุ้มตลอดองค์จำนวน  ๑๕,๐๐๐ แผ่น  สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๐
เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๐๐ พระเมืองแก้วเจ้านครเชียงใหม่ ได้สร้างส่วนนี้เป็นสันติบัญชร (ระเบียงหอก)  ล้อมเป็นรั้วไว้ ณ ฐานล่างสองชั้น  เป็นจำนวน ๕๐๐ เล่ม และต่อมาในสมัยพระยาอุปโย เป็นเจ้านครเชียงใหม่ พระราชโมลีมหาพรหม และพระสังฆราชา ได้ชักชวนชาวเมือง ทำสันติบัญชรต่ออีก ๗๐๐ เล่ม  จนเสร็จบริบูรณ์

 

 
     
     

CopyRight  DiscoveryThailand .co.th all rightsreserved,  No parts of this website  may be reproduced or transmited in any from or any menes, electronics or mechaical  , inclouding  storage and retrieval  system ,without permission in writing from the webmaster or DiscoveryThailand company